สถานที่ท่องเที่ยว

1. ชมดอกพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ชมดอกหญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน
ขอบคุณรูปภาพ FindThailand.com

สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง สีชมพูสดใส มีอยู่หลายที่ด้วยกัน ขุนช่างเคี่ยน หรือสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน เป็นสถานที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่งยอดฮิตของภาคเหนือ โดยจะบานสะพรั่งในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และดอยปุย ที่นี่มีที่พักคอยให้บริการ แต่ควรสอบถามล่วงหน้าก่อน ที่สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน 

2.ดอยอ่างขาง 

ชมนางพญาเสือโคร่ง ดอยอ่างขาง เชียงใหม่
ขอบคุณภาพจาก yimresearch.net

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โครงการหลวงที่ได้รับความนิยม เลื่องชื่อเรื่องพืชพันธุ์ โดดเด่นด้วยนางพญาเสือโคร่ง เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและทัศนียภาพอันสวยงาม เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีพันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า 20 ชนิด สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

เมื่อมาถึงก็สามารถชมแปลงสาธิต ผัก ผลไม้ ต้นนางพญาเสือโคร่งและไม้ดอกเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ สามารถขับรถวนเป็นวงกลม ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท ยานพาหนะคันละ 50 บาท หรือเยี่ยมหมู่บ้านหลวง สัมผัสชีวิตชาวจีนฮ่อ เยี่ยมหมู่บ้านนอแล สัมผัสวิถีชีวิตชาวปะหล่อง อดีตชนเผ่าดั้งเดิมของพม่า หรือ เดินป่าระยะสั้น ชมความงามธรรมชาติของผืนป่าปลูกทดแทน มีบริการให้ขี่ล่อ เป็นต้น

 3.แม่กำปอง
หมู่บ้านเล็กๆ แสนอบอุ่น ในหุบเขา

แม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ แสนอบอุ่น ในหุบเขา

ช่วงหลังมานี้ หมู่บ้านเล็กท่ามกลางหุบเขาอย่าง แม่กำปอง ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบโฮมสเตย์ และด้วยความที่มีธรรมชาติแสนงดงามแบบไม่ต้องปรุงแต่ง ความน่ารักจากผู้คนในหมู่บ้าน ได้สัมผัสวิถีชาวบ้าน ทำให้ที่แห่งนี้จึงเป็นจุดมุ่งหมายที่ใครหลายคนก็อยากมาสัมผัส

บ้านแม่กําปอง เชียงใหม่ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยแก้ว กิ่งอำเภอแม่ออน มีพื้นที่หมู่บ้านทั้งหมดประมาณ 6.22 ตารางกิโลเมตร ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 50 กิโลเมตร

4. ไร่ชาวิวสวยในเมืองไทย

ไร่ชา จังหวัดเชียงใหม่
ขอบคุณภาพ คุณ MaCCa http://www.pixpros.net

อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ก็คงจะเป็น “ไร่ชา” ในเมืองไทยนั้นมีไร่ชาขึ้นชื่อหลายที่ และแต่ละที่นั้นนอกจากจะได้ถ่ายรูปไร่ชาทอดยาวตามขั้นบันไดแล้ว ก็สามารถชิมชากลิ่นหอมๆ ได้อีกด้วย ซึ่งไร่ชาในจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีอยู่หลายที่ เช่น

  • ไร่ชาลุงเดช ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง ปลูกชาพันธุ์ดี 2 สายพันธุ์คือ ชาเบอร์ 12 และพันธุ์ก้านอ่อน
  • ไร่ชาระมิงค์ แหล่งกำเนิดชาแรกของไทย ที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 70 ปี ที่นี่ทำไร่ชา และผลิตใบชาในพื้นที่ภูเขาสูง 900-1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนดอยเชียงดาว แหล่งต้นน้ำปิง อ. แม่แตง
  • ไร่ชา 2000 หุบเขาเล็กๆ แต่มากความสวยงาม ด้วยทัศนียภาพแห่งทะเลหมอก และไร่ชา ไร่สตรอเบอร์รี ขั้นบันไดตามเนินเขา เป็นภาพที่คุณจะต้องประทับใจ

5. ดอยหลวงเชียงดาว
ทัศนียภาพ 360 องศา ที่ต้องสัมผัส

ดอยหลวงเชียงดาว ทัศนียภาพ 360 องศา ที่ต้องสัมผัส
ขอบคุณรูปภาพจากคุณ Popumon Papulop (facebook.com/thaipapulop)

ดอยเชียงดาว อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว มีลักษณะเป็นเทือกเขา ภูเขาหินปูน ประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ “ดอยหลวงเชียงดาว” สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของบ้านเรา สูงพอจะทำให้ “น้ำ” ท้อใจ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,225 เมตร รองจากดอยอินทนนท์ และดอยผ้าห่มปก

เป็นที่ตั้งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อุณหภูมิตามปกติจะถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกตลอดปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวและฤดูฝน อากาศหนาวเย็นตลอดฤดูหนาวและฤดูฝนอากาศชุ่มชื้นมาก เป็นแหล่งที่มีพืชพรรณหลากหลายและมีหลายชนิดที่เป็นพืชถิ่นเดียวไม่พบในส่วนอื่น ๆ ของประเทศไทย มีทั้งพืชเขตร้อน, กึ่งเขตร้อนและพืชเขตอบอุ่น จึงเป็นสถานที่ ๆ พบความหลากหลายทางชีวภาพมาก เป็นแหล่งนิยมสำหรับการดูนก มีนกอาศัยอยู่ที่นี่มากกว่า 300 ชนิด รวมถึงสัตว์ป่าชนิดอื่นที่หายาก เช่น ผีเสื้อสมิงเชียงดาว, ไก่ฟ้าหางลายขวาง, กวางผา รวมถึงเลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน เป็นต้น